โศรยา สิมสิริ

สำเร็จปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จาก University of Technology, Sydney เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

คุณโศรยา สิมสิริ เป็นผู้หนึ่งที่ใช้บริการของ IDP เพื่อเข้าศึกษาที่ University of Technology, Sydney เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียจนสำเร็จปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ และเธอได้กำไรชีวิต(คู่)อันยิ่งใหญ่ โดยได้ตกหลุมรักกับ Mr. Moubre Lorosqe Da Silva Horta บุตรของ Dr. Jose Ramos-Horta รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศติมอร์ตะวันออก ซึ่งได้ศึกษาอยู่ที่ University of Sydney มหาวิทยาลัยในเมืองซิดนีย์เช่นกัน และทั้งสองก็ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ Dr. Mari Alkatiri นายกรัฐมนตรีติมอร์ตะวันออก ร่วมเป็นประธานในงานฉลองมงคลสมรส ที่ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซ่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2547

หลังจากสำเร็จการศึกษา คุณโศรยาได้กลับมาเยี่ยมพี่ๆที่ IDP และให้สัมภาษณ์กับทาง IDP เพี่อเป็นประโยชน์กับผู้สนใจไปศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย

Qทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียคะ

Aเพราะเห็นว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ใกล้เมืองไทยมากกว่าอเมริกาและแคนาดา เผื่อว่ามีปัญหาอะไรคุณแม่สามารถเดินทางไปเยี่ยมเยียนได้สะดวก อีกอย่าง ประเทศออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศไทย ไม่น่ามีปัญหาอะไร แล้วที่สำคัญคือเรื่อง Exchange Rate ค่ะ

Qรู้จัก IDP ได้อย่างไรคะ

Aจากเพื่อน ๆ ค่ะ แล้วก็มีเพื่อนที่อยากจะไปเรียนด้วยเหมือนกัน ก็เลยแนะนำมาให้มาที่ IDP เพราะทราบว่า IDP เป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยทั้งหมดในประเทศออสเตรเลีย และให้บริการครบวง แถมไม่เสียค่าบริการด้วยคะ

Qก่อนไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลียได้เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้างคะ

Aศึกษาข้อมูลที่ IDP ซึ่งทางพี่ๆที่ IDP น่ารักมากให้คำแนะนำและช่วยเหลือดีมาก อ้อมเลยได้ข้อมูลอย่างที่ต้องการ ส่วนเรื่องภาษา อ้อมได้เรียนคอรส์ระยะสั้นที่นี้ประมาณ 3 เดือน แต่ไม่ได้สอบ IELTS เพราะคิดว่าภาษาเรายังอยู่ในขั้นพื้นฐานมาก แล้วอีกอย่างศูนย์ภาษา Insearch ที่อ้อมสมัครเรียน เค้ามีระบบ Direct entry ที่จบแล้วถ้าสอบผ่าน ก็สามารถเข้าเรียนต่อที่ UTS ได้เลย

Qใช้เวลาเรียนภาษาที่ออสเตรเลียนานแค่ไหนคะ

Aเรียนประมาณ 6 เดือนค่ะ

Qสำเร็จปริญญาตรีสาขาวิชาอะไร ทำไมถึงเลือกเรียนต่อ MBA คะ

Aจบนิเทศศาสตร์ ตอนแรกตั้งใจจะไปเรียน Communication แต่พอได้ศึกษาและเปรียบเทียบระหว่างหลักสูตร Communication กับ MBA ก็เลยคิดว่าเรียนทางด้านบริหาร น่าจะดีกว่าเพราะสามารถแตกแขนงไปได้อีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งช่วงแรกก็ยากหน่อย แต่ก็สามารถเรียนและปรับตัวไปได้เรื่อยๆ อาจารย์ให้ความช่วยเหลือดีมากค่ะ แนะนำหนังสือให้อ่านก่อนเข้าชั้นเรียน ก็เลยทำให้เรียนตามทันและเข้าใจเวลาที่อาจารย์สอน

Qการเรียนที่เมืองไทยต่างกับการเรียนที่ออสเตรเลียอย่างไร

Aการเรียนแตกต่างกันเยอะมากค่ะ รูปแบบการสอนของออสเตรเลียเป็นระบบมากกว่า ต้องเข้าชั้นเรียนตรงเวลาแม้ระดับปริญญาโท มีเอกสารประกอบคำบรรยาย เราต้องเข้าชั้นเรียนครบทุกครั้ง มีปัญหาเรื่องภาษาบ้าง เพราะว่าตอนที่เรียนภาษา อาจารย์จะเข้าใจเรามากกว่า แต่เมื่อเรียนปริญญาโท อาจารย์จะบอกเราก่อนว่า ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ขอให้ถามเขาได้เลย ยกมือถามตรงนั้นเลย หรือฟังไม่ทันก็ยกมือบอกให้พูดช้าๆลงได้ ช่วงแรกๆ มีปัญหาคุยกับอาจารย์บ้างเพราะสำเนียงของเราเป็นคนเอเซีย ซึ่งอาจารย์ก็เข้าใจจุดนี้ บางทีก็ขอให้เราพูดซ้ำอีกครั้ง รูปแบบการเรียนในแต่ละวิชามีหลากหลาย ส่วนใหญ่ อาจารย์ให้งานมาทำที่บ้าน หรือบางครั้งอาจต้องทำเป็นกลุ่ม บางวิชามีงานให้ทำอย่างดียว ไม่มีการสอบ บางวิชาสอบปลายปี หรือสอบกลางปีก็มี หรือมีทุกรูปแบบผสมกัน

การไม่มีประสบการณ์ทำงานก่อนเรียน MBA ก็อาจจะมีปัญหากับเพื่อนคนอื่นๆตอนที่ทำงานกลุ่มเพราะเราจะเป็นผู้ตามเขามากกว่า แต่เราก็ได้พยายามเสนอความคิดเห็นต่อกลุ่ม

Q

ชีวิตความเป็นอยู่ที่โน้นเป็นอย่างไรบ้างคะ

Aอ้อมโชคดีที่ได้พักอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลียที่ทาง IDP จัดหาให้ ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปถึง ครอบครัวก็รอรับที่สนามบิน มีอาหารทุกมื้อ อาหารเช้ารับประทานจากบ้าน ทำแซนวิชไปให้รับประทานเป็นอาหารกลางวันทุกวัน ตอนเย็นรับประทานอาหารที่บ้านด้วยกัน ก็มีการพูดคุย ซักถามว่าวันนี้เป็นยังไง มีปัญหาก็ขอให้คุยกับเขาได้ ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ไปไหน มีเวลาก็นั่งคุยกับเขา เมื่อเขามีเวลาช่วงบ่ายก็ทำอาหารว่างและคุยกัน หรือไม่ก็พาออกไปเที่ยวนอกบ้าน รับประทานอาหารเย็นนอกบ้านด้วยกัน ทำให้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริงและพัฒนาการใช้ภาษาได้เร็วขึ้น

ต่อมาก็ย้ายออกไปอยู่ห้องเช่า ตอนแรกที่ย้ายมาอยู่ต่างหาก ก็รู้สึกเหงานิดหน่อย ไม่มีใครคุยด้วยเหมือนกับอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย ช่วงหลังก็ปรับตัวได้ ที่ดีก็คืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ไม่ต้องเดินทาง จากบ้านถึงมหาวิทยาลัยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาที บ้านอยู่ตรงกันข้ามกับมหาวิทยาลัย สะดวกกว่า ประหยัดค่ารถ แต่การเช่าห้องต้องเซ็นสัญญา ห้องใครห้องมัน ห้องน้ำใช้รวมกันแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

Qแล้วได้ทำงานพิเศษหรือเปล่าคะ

Aเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยค่ะ เป็นงาน Part time แต่ก่อนที่จะทำงานต้องขออนุญาตก่อน เสียค่าธรรมเนียม A$ 55 อ้อมสมัครงานเอง ทำที่ร้านอาหารไทยค่ะ ได้ค่าตอบแทนแบบเหมาจ่าย ซึ่งสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว โดยที่ทางบ้านส่งเฉพาะค่าเล่าเรียน

Qได้อะไรบ้างจากการไปเรียนที่ออสเตรเลีย

Aอ้อมได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง เช่นการใช้ภาษาอังกฤษของเราดีขึ้นมาก ๆ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ซึ่งไม่เหมือนตอนก่อนไป มีคุณพ่อคุณแม่ทำให้ทุกอย่าง แต่พอเราอยู่ที่นั่นเราต้องทำอะไรเอง เวลาไม่เข้าใจอะไรเราก็ต้องถาม เพราะถ้าเก็บเอาไว้ก็ไม่มีใครช่วยเราได้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วปรากฏว่าเมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเดินออกไป มานั่งดูรายการของที่ซื้อ ก็พบว่า เขาใส่ราคาของที่ซื้อรายการหนึ่งผิดหรือยังไงก็ไม่ทราบ เลยเข้าไปเถียงกับเขา เพราะเราจำได้ว่าสินค้าตัวนี้ราคาเท่านี้ ทำไมเขาใส่อีกราคาหนึ่ง เรากล้าที่จะแสดงออก กล้าที่จะโต้แย้งกับเขา ไม่ขี้อายเหมือนเมื่อก่อนที่อยู่เมืองไทย แล้วอีกอย่างที่อ้อมได้จากครอบครัวชาวออสเตรเลียที่อ้อมพัก ก็คือการที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา ทำให้ได้ทราบความคิดความอ่านของเขาซึ่งเราสามารถนำความคิดของเขามาใช้กับชีวิตประจำวันของเราหรือชีวิตในอนาคตของเราได้

Qมีข้อแนะนำอะไรที่อยากจะฝากถึงผู้ที่สนใจจะไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย

Aน้องๆ หรือผู้ที่สนใจจะไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย อย่างแรกที่พี่จะแนะนำ ก็คือการเตรียมตัวในเรื่องภาษาก่อนเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับเขาได้บ้าง ดีกว่าที่เราจะไปเริ่มต้นที่นั่น ส่วนเรื่องข้อมูล หลักสูตร สถานที่เรียน ก็ควรจะศึกษาให้แน่นอน เพราะว่าเมื่อไปถึงที่โน้นแล้วจะได้ไม่เกิดการผิดพลาด ที่สำคัญขอแนะนำให้ขยันเรียนมากๆ เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้